ถือพาสเที่ยวญี่ปุ่น EP1 – JR Kyushu กับสุดยอดสวนดอกไม้หน้าร้อน

340

ถ้าวันหยุดเหลือเยอะ แต่งบไม่เยอะเหมือนวันหยุด อยากเที่ยวญี่ปุ่นทำไงดี บอกเลยว่าหน้าร้อนนี่แหละที่ประหยัดสุดๆ เพราะนอกจากค่าตั๋วเครื่องบินยังราคาถูกแล้ว ที่พักเอย, ของลดราคาเอย มีมากมายและจัดโปรกันโหดๆ ก็ช่วงนี้นี่แหละ ถ้าใครมีตั๋วแล้ว หรือกำลังวางแผนมาเที่ยวภูมิภาคคิวชู (Kyushu) แล้วล่ะก็ มาเก็บข้อมูลสวนดอกไม้กันไว้ก่อน เวลาเดินทางจริง จะได้ไม่หลง และประหยัดเวลาได้มากมายเลยทีเดียว

และสิ่งสำคัญที่สุด ต้องไม่ลืมซื้อพาส JR Kyushu ติดตัวไว้ เพราะเป็นเหมือนกระเป๋าสตางค์ยังไงยังงั้นเลย เพราะเจ้านี่แหละ ช่วยเราประหยัดเวลาและค่าเดินทาง


Uminonakamichi Seaside Park, Fukuoka

เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เดินทางจากใจกลางเมืองฟุกุโอกะ (Fukuoka City) ได้สะดวก บรรยากาศธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยทะเลด้วยระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร ภายในบริเวณสวนมีจุดชมดอกไม้หลายแห่งที่สามารถเที่ยวชมได้ในทุกฤดูกาลตลอดทั้งปี แต่ไม่ได้มีแค่เพียงดอกไม้เท่านั้น ที่สวน Uminonakamichi Seaside Park ยังมีโซนสวนสัตว์ Dobutsu no Mori ที่เราสามารถเข้าไปสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์หลายชนิด ยิ่งถ้าไปเป็นครอบครัว ก็เพลิดเพลินไม่น้อยเลยทีเดียวล่ะ

ในช่วงฤดูร้อน จะมีดอกไม้หลักๆ 4 ชนิด คือ

ดอก Hydrangea กลางมิถุนายน – ต้นกรกฎาคม
ดอก Salvia Splendensปลายมิถุนายน – กันยายน
ดอก Zinniaปลายมิถุนายน – กันยายน
ดอก Sun Flowerปลายกรกฎาคม – ต้นสิงหาคม

การเดินทาง
จากสถานีรถไฟ Hakata Station โดยสารรถไฟสาย Kagoshima Main Line ไปลงที่สถานี Kashii Station ใช้เวลา 10 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟสาย Kashii Line ไปลงที่สถานี Saitozaki ใช้เวลา 25 นาที แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที

พิกัด https://goo.gl/maps/5enFYTA1JBVbdAa7A

เวลาทำการ
1 มีนาคม – 31 ตุลาคม: 09:30 – 17:30 น.
1 พฤศจิกายน – สิ้นเดือนกุมภาพันธ์: 09:30 – 17:00 น.

ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ (15 ปีขึ้นไป): 410 เยน
ผู้สูงอายุ(65 ปีขึ้นไป): 210 เยน
เด็กประถมและมัธยมต้น: 80 เยน
เด็กต่ำกว่าชั้นประถม: ฟรี

Huis Ten Bosch, Nagasaki

ที่นี่เปรียบเสมือนประเทศเนเธอร์แลนด์ในสมัยยุคกลาง ด้วยการตกแต่งและบรรยากาศสวยงาม มีคลองไหลผ่าน Huis Ten Bosch ตั้งอยู่ในเมือง Sasebo จังหวัด Nagasaki มีสิ่งอำนวยความสะดวก และความสนุกสนานมากมาย เช่น เครื่องเล่น, พิพิธภัณฑ์, ร้านอาหารอร่อยๆ มากมาย จึงทำให้ที่นี่ ถือเป็นสวนสนุกติดหนึ่งในสามที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น

อีกจุดเด่นของที่นี่ เราสามารถเพลิดเพลินกับความงามของสวนดอกไม้ได้ตลอดปี ทุกฤดูกาล การมาเที่ยวที่นี่ ก็ทำให้ได้บรรยากาศเหมือนเที่ยวยุโรปเลยล่ะ

สวนดอกไม้และเทศกาล ที่น่าสนใจในหน้าร้อน

เดือนเทศกาลวันที่
เดือนมิถุนายนเทศกาลกุหลาบ 27 เมษายน – 2 มิถุนายน 2562

เทศกาลดอกไฮเดรนเยีย 1-30 มิถุนายน 2562

Kingdom of Lights Early Summer7 พฤษภาคม – 9 กันยายน 2562
เดือนกรกฎาคมเทศกาลลิลลี่22 มิถุนายน – 15กรกฎาคม 2562

เพลงสุดฮิตของจิบลิและดอกไม้ไฟ13 กรกฎาคม 2562

การเดินทาง
จากสถานีรถไฟ Hakata Station โดยสารรถไฟ Limited Express สาย Huis Ten Bosch
ไปลงที่สถานี Huis Ten Bosch ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 50 นาที จากนั้นเดินอีก 10 นาที

พิกัด https://goo.gl/maps/Yb3ZAVHpZk3Qf23p7

เวลาทำการ
09:00 – 22:00 น.
**ในกรณีที่มีการจัดงานอีเวนท์ช่วงสุดสัปดาห์** อาจเปิดทำการจนถึงเวลา 23:00 หรือ 24:00 น.

บัตรเข้าชม
ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป): 4,400 เยน
ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป): 4,400 เยน
เด็กมัธยม (ต้นและปลาย): 3,400 เยน
เด็กเล็ก (4 ขวบ –ชั้นประถม): 2,100 เยน

Kuju Flower Park, Oita

ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคคิวชู บริเวณเชิงเขา Aso ในช่วงฤดูกาลแห่งสีสัน จะมีดอกไม้กว่า 500 สายพันธุ์ หรือราวๆ 5 ล้านดอก หมุนเวียนให้เราชมได้ตลอด

สวน Kuju Flower Park สามารถมาเที่ยวชมดอกไม้ที่ผลิบานตามฤดูกาลได้เกือบทั้งปี (ยกเว้นฤดูหนาว) นอกจากนี้ ภายในสวนยังมีร้านอาหารบุฟเฟต์ ที่มีจุดเด่นคือ การนำพืชผักของชาวท้องถิ่นมาประกอบอาหารในเมนูต่างๆ อีกด้วย และยังมีร้านของฝากของที่ระลึก ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัด Oita ให้เลือกช้อปกลับบ้านกันด้วยล่ะ

การจัดแสดงดอกไม้ตามช่วงเวลามีดังนี้

ดอก Spring-Colored Fieldกลางเดือนเมษายน ถึง ต้นเดือนมิถุนายน
ดอก Nemophiliaปลายเดือนเมษายน ถึง ต้นเดือนมิถุนายน
ดอก Lavenderต้นเดือนมิถุนายน ถึง กลางเดือนกรกฏาคม
ดอก Scarlet Sageกลางเดือนสิงหาคม ถึง ต้นเดือนพฤศจิกายน
ดอก Cosmosกลางเดือนกันยายน ถึง ปลายเดือนตุลาคม

การเดินทาง
จากสถานีรถไฟ Oita Station โดยสารรถไฟสาย Hohi Main Line ไปลงที่สถานี Bungo-Taketa Station ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที จากนั้นขึ้นรถบัส Taketa Kotsu Bus ไปลงที่ป้าย Kuju ใช้เวลา 20 นาที แล้วโดยสารแท็กซี่ไปอีกประมาณ 10 นาที

พิกัด https://goo.gl/maps/4URtwBccFBQJxJVe6

เวลาทำการ
08:30– 17:30 น.
ระยะเวลาทำการ 1 มีนาคม – 30 พฤศจิกายน

บัตรเข้าชม
ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมปลายขึ้นไป): 1,300 เยน
ผู้สูงอายุ (70 ปีขึ้นไป): 1,100 เยน
เด็ก (5 ขวบขึ้นไป): 500 เยน

Flower Park Kagoshima, Kagoshima

Colorful flower garden with Europian stlye building in the background in Huis ten bosch in Nagasaki, Japan

ตั้งอยู่ในตอนใต้ของจังหวัด Kagoshima เป็นแหล่งรวมพืชพรรณธรรมชาติจากทั่วญี่ปุ่นและทุกมุมโลก เช่น ออสเตรเลีย, แอฟริกาใต้ หรืออเมริกาใต้ ทำให้ที่นี่ เป็นแหล่งรวมรวมพืชพันธ์ุมากถึง 2,400 สายพันธุ์ รวมทั้งสิ้นกว่า 400,000 ดอก

ความโดดเด่นไม่ยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้ เพราะ Flower Park Kagoshima ยังมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟ Kaimondake และKinko Bay ได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

หากมาในช่วงฤดูหนาว เราก็สามารถเพลิดเพลินกับการประดับตกแต่งสวนด้วยแสงไฟในเวลาค่ำคืน ทำให้ที่สวนแห่งนี้ มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเพิ่มขึ้นทุกปี


การเดินทาง
จากสถานี Kagoshima-Chuo Station โดยสารรถไฟสาย Ibusuki Makurazaki Line ไปลงที่สถานี Ibusuki Station ใช้เวลา 80 นาที
จากนั้นโดยสารรถบัส Kagoshima Kotsu Bus ไปลงที่ป้าย Flower Park Kagoshima ใช้เวลา 35 นาที

พิกัด https://goo.gl/maps/SsNdgqWwfSzfeVG89

เวลาทำการ
09:00–17:00 น. (ประตูปิดเข้าเวลา 16:00 น.)

บัตรเข้าชม
ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมปลายขึ้นไป): 620 เยน
เด็กประถมและมัธยมต้น: 300 เยน
เด็กเล็ก: ฟรี

แค่นี้ก็รู้แล้วว่า เที่ยวคิวชู ฤดูไหนก็ฟินได้ ยิ่งประหยัด ยิ่งคุ้ม ยิ่งขาดไม่ได้เลย กับ JR Kyushu ที่มีให้เลือกหลากหลายวัน หลายแบบ เลือกที่เหมาะกับวันเดินทางและการใช้งาน หรือปรึกษาทีมงานเราได้ที่ www.facebook.com/japanallpass

คอยติดตามกันต่อใน EP2 ว่าเราจะพาไปเที่ยวที่ไหนดี แต่แอบกระซิบว่าต้องคุ้ม และประหยัดแน่นอนจ้า

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here