แพลนวันเดย์ในเมืองน่ารักที่อบอวลไปด้วยชาเขียวที่ เมืองอุจิ(UJI) เมืองเล็กๆ ในจังหวัดเกียวโต ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดเกียวโต อยู่ริมแม่น้ำอุจิ เมืองนี้สามารถเดินชมวิวถ่ายรูปเพลินเลย ที่สำคัญมาแล้วต้องแวะชิมชาเขียวอุจิเพิ่มความสดชื่น เพราะเมืองอุจิได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตชาเขียวที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วญี่ปุ่น ถือเป็นเมืองที่เดินทางไม่ไกลจากโอซาก้า หรือสามารถแวะเที่ยวระหว่างทางก่อนที่จะเดินทางจากเกียวโตไปนาราก็ได้ค่ะ

การเดินทางจาก สถานี Kyoto หรือ Nara ให้นั่งรถไฟสาย JR Nara Line มาลงที่สถานี JR Uji ตรงเลยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน หรือ จากสถานี Chushojima ให้นั่งรถไฟสาย Keihan-Uji Line มาลงที่สถานี Keihan Uji ก็ได้ค่ะ

uji city 1

พอเดินทางมาถึงสถานีอุจิ สิ่งแรกที่ต้องทำเลยคือเดินไปที่ ถนนชาเขียว (Byodoin omotesando) ที่เป็นตรอกเล็กๆ บนถนนระหว่างทางที่จะเดินทางไป วัดเบียวโดอิน แต่ถนนนี้เต็ม

news uji kyoto 03
ถนนชาเขียว (Byodoin omotesando)
CR:JNTO

ไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารที่อุดมไปด้วยเมนูที่ทำมาจากชาเขียว ไม่ว่าจะเป็น ราเม็งชาเขียว เกี๊ยวซ่าชาเขียว ทาโกยากิชาเขียว รวมถึงซอฟครีมชาเขียว ให้เราได้เลือกทั้งสองข้างทางตามชื่อถนนเลย และที่เลือกมาที่นี่เป็นที่แรกไม่ใช่อะไรหรอกนะ เพราะว่าหิวจ้า บอกเลยกองทัพจะต้องเดินด้วยท้องแบบนี้หนิเองเลยต้องมากินก่อน แต่จะกินทั้งทีจะต้องกินของขึ้นชื่อของเมืองสิจ๊ะ เมื่อเลือกร้านได้แล้วก็นั่งจิบชาเขียวไปก่อนฟินๆ จากที่อิ่มแล้ว ก็ออกเดินทางไปไหว้พระกันที่ วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple) นับว่าเป็นวัดที่เห็นกันบ่อยๆ เพราะเป็นวัดที่อยู่ด้านหลังเหรียญ 10 เยนนั้นเองค๊า

วัดเบียวโดอิน4
วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple)
วัดเบียวโดอิน1
วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple)
วัดเบียวโดอิน2
วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple)
วัดเบียวโดอิน3
วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple)

วัดนี้ถือเป็นสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย ในบริเวณวัดจะมีทั้ง พิพิธภัณฑ์ (Hoshokan Museum) ร้านชาอุจิสุดพรีเมียม (Tea Salon Toka) สวนญี่ปุ่น และที่เป็นไฮไลท์ของวัดเบียวโดอินคือ หอหลัก Hoodo หรือหอนกฟินิกซ์ (Phoenix Hall) วิหารไม้สีแดงสดตั้งอยู่ตรงใจกลางวัดสามารถเข้าไปเยี่ยมชมด้านในได้ โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 300 เยนค่ะ วัดนี้สามารถเที่ยวได้ทุกฤดูกาล หากเดินทางไปช่วงปลายเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม อาจจะได้เห็นดอก Wisteria สีม่วงห้อยระย้าภายในบริเวณวัด มาในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็จะเจอกับใบไม้สีแดงส้มสลับกันไปสวยงามอีกแบบจ้า จากที่เดินเที่ยวชมถ่ายรูปในวัดแล้วจากนั้นก็เดินออกมาเรื่อยๆ จะเจอกับ สะพานอุจิบาชิ (Ujibashi Bridge) เป็นสะพานแขวนที่ใช้ข้ามแม่น้ำอุจิ ถือเป็นหนึ่งในสามสะพานเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่เดินทางมาอุจิแล้วจะต้องมาเดินข้ามสะพานนี้สักครั้ง เพื่อกินลม ชมวิว ของแม่น้ำแล้วยังสามารถทำให้ตกหลุกรักเมืองเล็กๆ เมืองนี้ได้อย่างง่ายดายค่ะ

เมืองอุจิ 2
สะพานอุจิบาชิ (Ujibashi Bridge)
เมืองอุจิ 3
สะพานอุจิบาชิ (Ujibashi Bridge)
เมืองอุจิ 4
สะพานอุจิบาชิ (Ujibashi Bridge)
เมืองอุจิ 5
สะพานอุจิบาชิ (Ujibashi Bridge)

หากมีเวลาเพียงหนึ่งวันว่างๆ หรือมีเพียงแค่ 3-4 ชั่วโมง แนะนำให้ลองมาเที่ยว เมืองอุจิกัน นะคะ มาเดินเล่นถ่ายรูป พักสมอง พักสายตาไปกับต้นไม้ สายน้ำที่ไหลผ่าน และบรรยายกาศที่เงียบสงบ แถมยังได้กินของอร่อยกับเมนูต่างๆ จากชาเขียว บอกเลยสำหรับชาว Matcha Lover ไม่ควรพลาดเมืองน่ารักๆ เมืองนี้ ค่ะ

>> สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท เจแปน ออล พาส จำกัด ( Japan All Pass Co.Ltd. )

โทร. 02-514-7473 (วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09.00-18.00 น.) สายด่วน 08-2828-9933 / 08-2828-9944 / 08-2828-9393 / 08-2828-9494 / 08-2828-9988

ID LINE : @japanallpass
หรือช่องทาง Inbox >>
สำหรับโทรศัพท์มือถือ คลิก m.me/japanallpass
สำหรับ Computer PC คลิก https://goo.gl/QhNgSN
หรือ [email protected]