เที่ยวลั้นลาเกียวโต (KYOTO) 2 วัน 1 คืน จบในทริปเดียว

502
beautiful mountain view in colorful autumn season with sagano scenic railway or romantic train on bridge and boat in the river in Arashiyama, Kyoyo, Japan

สำหรับใครที่จะไปเที่ยวคันไซแต่ไม่อยากไปช็อปปิ้งที่โอซก้า มาแนะนำที่เที่ยวโซนธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างเมืองเกียวโต (KYOTO) อดีตเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยวัดที่มากมาย และธรรมชาติที่สดใสค่ะ

เริ่มจากเดินทางจากโอซาก้า (OSAKA) ไป เกียวโต (KYOTO) สามารถใช้ JR WEST KANSAI AREA PASS โดยนั่งรถไฟ JR สายSpecial Rapid Service (For Kanazawa) จะใช้เวลา28นาที หรือ KANSAI THRU PASS จากสถานี Hankyu Umeda โดยนั่งรถไฟขบวนด่วนพิเศษสายฮันคิวเกียวโต (Hankyu Kyoto Line) ไปลงที่สถานี Kawaramachi ค่ะ สามารถเตรียมตั๋วง่ายๆ ได้ก่อนไปญี่ปุ่นที่ JAPANALLPASS ค่ะ

หลังจากที่มาถึงเกียวโตมาเริ่มด้วย ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) หรือที่เรียกกันติดปากว่าศาลเจ้าเสาแดง

ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha)

เพราะที่นี่จะเสาโทริอิสีส้มแดงที่เรียงรายติดต่อกันมากกว่า 5,000 ต้นเรียงต่อกันยาวๆ จากตีนเขาไปถึงยอดเขาสูง ความยาวประมาณ 4 ก.ม.สร้างขึ้นเพื่อสักการะเทพอินาริ ที่เป็นเทพเจ้าแห่งการเพาะปลูกและอุตสาหกรรม ภายในศาลเจ้าเราจะพบรูปปั้นหรือสัญลักษณ์สุนัขจิ้งจอกมากมาย เพราะเชื่อกันว่าคือผู้นำสารขององค์เทพเจ้าอินาริค่ะ ถือเป็นที่ที่นักทักเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกันค่ะ การเดินทาง จากสถานี Kyoto ให้นั่งรถไฟสาย JR Nara Line มาลงที่สถานี Inari แล้วเดินต่ออีก 1 นาที หรือจากสถานี Gion-Shijo ให้นั่งรถไฟสาย Keihan Main Line มาลงที่สถานี Fushimi-Inari แล้วเดินต่ออีก 5 นาที

ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha)
ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha)

หลังจากที่อยู่ที่ศาลเจ้าประมาณ 1 ชั่วโมงก็มาต่อกันด้วย วัดคิโยมิซุเดระ (Kiyomizu-dera) หรือวัดน้ำใส

วัดคิโยมิซุเดระ (Kiyomizu-dera)

ถือเป็นวัดที่นิยมและสำคัญอีกที่หนึ่งของเมืองเกียวโต ที่ได้ชื่อว่าเป็น วัดน้ำใส เนื่องจากได้มีน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจาก น้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) ไหลผ่านตัววัด และมีอาคารไม้ขนาดใหญ่เด่นสง่าและตัวอาคารไม่มีการใช้ตะปูในการสร้าง แถมโถงอาคารยังยื่นออกไปภายนอกทำให้บริเวณนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม มองเห็นเมืองเกียวโตในฤดูต่างๆ และเป็นจุดชมซากุระและชมใบไม้แดงที่ขึ้นชื่อของเกียวโตอีกด้วย

วัดคิโยมิซุเดระ (Kiyomizu-dera)

การเดินทางจากสถานี Kyoto ให้นั่งรถไฟสาย JR Nara Line มาลงที่สถานี Tofukuji และนั่งสาย Keihan Main Line มาลงที่สถานี Kiyomizu-Gojo เดินเท้าต่ออีก 25 นาที

ต่อกันที่ วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji) หรือคนไทยนิยมเรียกว่า วัดทอง (Golden Pavillion Temple)

วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji)

ตัวอาคารหลักของวัดจะเป็นสีทองอร่ามตั้งตระการอยู่กลางสระน้ำ ถือเป็นจุดนิยมในการถ่ายรูปมากเพราะจะเป็นเงาสะท้อนของวัดในสระน้ำ นอกจากนั้นยังมีสวนล้อมรอบบริเวณวัดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยงามมากจัดว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่พลาดไม่ได้เลยค่ะ การเดินทางจากสถานีเกียวโต ขึ้นรถบัสที่ป้าย Kyotoeki-mae สาย 101, 205 ลงที่ป้าย Kinkakuji-michi หรือจากวัด Kiyomizu ขึ้นรถบัสที่ป้าย Kiyomizu-michi สาย 206 ลงที่ป้าย Rakuhoku koko-mae ต่อรถบัสสาย 204, 205 ลงที่ป้าย Kinkakuji-michi ค่ะ

ปราสาทนิโจ (Nijo Castle)

จากนั้นเดินทางมาต่อที่ ปราสาทนิโจ (Nijo Castle) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองเกียวโตแถมได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสถานที่ทางมรดกโลกแห่งองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ.1994 ตัวปราสาทจะไม่ใช่ปราสาททรงสูงเหมือนกับปราสาททั่วๆไปของญี่ปุ่น แต่จะเป็นปราสาทแนวราบมีชั้นเดียวและรอบๆ ตัวปราสาทจะเป็นสวนที่มีต้นไม้อายุยาวนาน แล้วในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีถือเป็นช่วงไฮไลท์สำคัญที่สุดที่จะเห็นต้นไม้สีแดง สีส้ม สีเขียวสลับกับไปอย่างสวยงามค่ะ การเดินทางจากวัดทอง สามารถนั่งรถบัสสาย 9, 12, 50, 101 ไปลงป้าย Nijojo-mae หรือจากสถานี Kyoto ใช้รถไฟใต้ดินสาย Karasuma ไปลงสถานี Karasuma-Oike ต่อรถไฟสาย Tozai Line ลงที่สถานี Nijojo-mae และเดินเข้าปราสาทได้เลยค่ะ

ตลาดนิชิกิ [Nishiki Market]

ก่อนเข้าที่พักมาแวะหาของอร่อยทานให้อิ่มท้องกันก่อนที่ ตลาดนิชิกิ หรือ Nishiki Market เพื่อจะได้หลับสบาย ที่ตลาดนี่จะเป็นตลาดสดเก่าแก่ของเมืองเกียวโตที่ใครก็ต้องรู้จักแล้วไปลิ้มลองอาหารอร่อยๆ ใจกลางเมือง ที่มีร้านค้ามากกว่า 100 ร้าน บนถนนสายชิโจ (Shijo Avenue) ยาวเป็นระยะทางประมาณ 400 เมตรตั้งอยู่ทั้งสองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด อาหารทะเล ผลไม้ และร้านอาหารนั่งทาง หรืออาหารแนวสตรีทให้เดินทางชิวได้เลย บอกเลยว่าตลาดแห่งนี้สุกและอร่อยทำให้กลับไปที่พักหลับสบายเลยจ้า การเดินทางจากสถานีเกียวโ นั่งรถไฟสาย Karasuma ไปลงที่สถานี Shijo หรือ เริ่มจากสถานีอื่นๆ สามารถลงที่สถานี Karasuma หรือ Kawaramachi ค่ะ เมื่อออกจากสถานี Shijo เดินไปตามถนนชิโจ (Shijo Avenue) ทางทิศตะวันออกก็จะเจอตลาด

ตลาดนิชิกิ [Nishiki Market]
ตลาดนิชิกิ [Nishiki Market]

เริ่มเช้าวันที่ 2 กันที่อาราชิยาม่า(Arashiyama) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของเกียวโต

อาราชิยาม่า(Arashiyama)

เป็นที่ๆนักท่องเที่ยวเดินทางและคนญี่ปุ่นเองจะนิยมมาเที่ยวกันอย่างคับคั่งในช่วงที่ ดอกซากุระบานและช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

อาราชิยาม่า(Arashiyama)

จากสถานีอาราชิยาม่าให้เดินไปทางซ้ายประมาณ 2 นาที จะเจอกับ สะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) หรือสะพานข้ามจันทร์ (Moon Crossing Bridge)

สะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge)
อาราชิยาม่า

เป็นสะพานที่ข้าม แม่น้ำโออิงาวะ ถือเป็นสัญลักษณ์ของ อาราชิยาม่า ที่มีความสวยงามด้านหลังของสะพานจะเป็นวิวภูเขาและด้านล่างเป็นแม่น้ำที่ทั้งสองฝั่งมีเต็มไปด้วยต้นซากุระเรียงตามแม่น้ำไปเรื่อยๆ ทำให้เป็นจุดชมซากุระที่สวยงามอีกจุดหนึ่งเลย แถมข้างๆ สะพานจะมีจุดขึ้นเรือที่สามารถล่องหรือพายเรือเล่นได้ด้วยค่ะ

แม่น้ำโออิงาวะ

การเดินทางจากจากสถานี Kyoto นั่งรถไฟ JR สาย Arashiyama Line ลงสถานี JR Saga-Arashiyama หรือขึ้นรถบัสที่ป้าย Kyoto Ekimae สาย 28 ( Daikaku-ji temple ) และลงที่ป้าย Arashiyama Park

แม่น้ำโออิงาวะ

เมื่อเดินไปเรื่อยๆ ก็จะไปเจอกับ ป่าไผ่อาราชิยาม่า (Bamboo Groves Arashiyama)

ป่าไผ่อาราชิยาม่า (Bamboo Groves Arashiyama)
ป่าไผ่อาราชิยาม่า (Bamboo Groves Arashiyama)

เป็นสวนที่มีความเงียบสงบและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไผ่ที่เรียงรายตลอดเส้นทางเดินที่ขึ้นหนาแน่นเปรียบเสมือนกับอุโมค์ที่มีความยาวกว่า 500 เมตรตั้งอยู่ระหว่าง วัดเทนริวจิ และศาลเจ้าโนโนมิยะ ที่สามารถแวะกราบไหว้ขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลได้อีกด้วยค่ะ การเดินทางจากสถานี Kyoto นั่งรถไฟ JR สาย Arashiyama Line ลงสถานี JR Saga-Arashiyama หรือนั่งรถไฟสาย Keifuku (Randen) สถานี Arashiyama

วัดเทนริวจิ [tenryu-ji temple]

ก่อนที่จะกลับไปโอซาก้าแวะไปชมความน่ารักของน้องกวางน้อยที่ สวนนารา (Nara Park)

สวนนารา (Nara Park)

ที่ เมืองนารา สวนนี้ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนนารา จะได้รับการต้อนรับจากน้องกวางที่น่ารัก และเป็นมิตรที่เราสามารถให้อาหารได้ แต่เน้นย้ำเมื่อให้อาหารน้องแล้วอย่าลืมน้ำถุงพลาสติกหรือ ภาชนะที่ใส่ไปทิ้งขยะให้เรียบร้อยนะ

สวนนารา (Nara Park)
สวนนารา (Nara Park)

จากสวนนารา เดินตรงมาเรื่อยๆ จะเจอกับ วัดโทไดจิ (Todai-ji) เป็นวัดที่มีวิหารไม้ที่มีขนาดใหญ่ หรือที่รู้จักกันในนาม วิหารไดบุทสึเด็น (Daibutsuden Hall)

วัดโทไดจิ (Todai-ji)

ที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปไดบุสสึ ขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ให้ได้เข้ามาสักการะบูชา กราบไหว้ ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตด้วยจ้า การเดินทางนั่งรถไฟสาย Kintetsu มาลงที่สถานี Kintetsu-nara ค่ะ

พระพุทธรูปไดบุสสึ

หลังจากนั้นช่วงเย็นสามารถนั่งรถไฟกลับไปที่โอซาก้าได้เลยค่ะ เป็นการจบ ทริป 2 วัน 1 คืนในเกียวโตและนารา อย่างดีงามจ้า

>> สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท เจแปน ออล พาส จำกัด ( Japan All Pass Co.Ltd. )

โทร. 02-514-7473 (วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09.00-18.00 น.) สายด่วน 08-2828-9933 / 08-2828-9944 / 08-2828-9393 / 08-2828-9494 / 08-2828-9988

ID LINE : @japanallpass
หรือช่องทาง Inbox >>
📱สำหรับโทรศัพท์มือถือ คลิก m.me/japanallpass
💻สำหรับ Computer PC คลิก https://goo.gl/QhNgSN
หรือ info@japanallpass.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here