เที่ยวโอซาก้าชิลๆ 4 วัน 3 คืน กิน อิ่ม นอนหลับ สบายๆ ฟินๆ

0
1135

ทริปนี้มีแพลนเดินทางไปเที่ยวโอซาก้าแบบง่ายๆ ไม่ง้อทัวร์ โดยเดินทางจากกรุงเทพสู่คันไซ การเดินทางนี้สามารถใช้เป็นพาสได้ตามนี้ Nankai Limited Express Rapi:t (ไป-กลับ) ใช้ในการเดินทางเข้าเมืองในวันแรกและวันกลับ

Rapit รถไฟความเร็วสูง 1
Nankai Limited Express Rapi:t

และใช้ OSAKA AMAZING PASS 2 วัน ในวันที่ 1 และวันที่ 2

ส่วนวันที่เดินทางไป USJ จะต้องซื้อแยกไปเที่ยวไปได้เลยจ้า สำหรับพาสที่แนะนำซื้อได้ที่ JAPANALLPASS กันนะทุกคน

วันที่ 1
เริ่มต้นวันแรกด้วยการเดินทางมาลงที่สนามบินคันไซแล้วนั่งรถไฟสาย Nankai Main Line เพื่อไปลงทีสถานี Namba เพื่อไปหาที่พักในย่านนัมบะ ซึ่งเป็นย่านที่มีที่พัก ของกิน และจุดเปลี่ยนรถไฟที่สะดวกมากเลย เมื่อเข้าที่พักเรียบร้อยก็ทำการออกมาลั้นลาได้เลยด้วยการเดินทางไปเยือนสถานที่ทางศาสนาที่นับว่าเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นอย่าง วัดชิเทนโนจิ (Shitennoji Temple) บรรยากาศสบายๆมีให้ชมทั้งสถาปัตยกรรม ชมสวนสวยทุกๆฤดูกาล รวมไปถึงร้านชาดีให้แวะนั่งจิบชิลให้หายเหนื่อยกันไปเลย สำหรับ OSAKA AMAZING PASS สามารถเข้าฟรี โซนมหาวิหารและโซนสวนญี่ปุ่นโกคุราคุ-โจโด ได้ฟรีค่ะ

การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Subway Tanimachi Line ลงสถานี Shitennoji-mae Yuhigaoka เดินต่อประมาณ 5 นาทีก็ถึง

หลังจากไหว้พระขอพรเรียบร้อยก็มาต่อกันที่ย่านชินเซไก (Shinsekai) แวะชมหอคอยซือเท็นคาคุ (Tsutenkaku Tower)

ชินเซไก โอซาก้า 5
หอคอยซือเท็นคาคุ (Tsutenkaku Tower)

สำหรับใครที่ชอบแฮงค์เอาท์ สายเที่ยว แนะนำย่านนี้เลย ย่านชินเซไก (Shinsekai) ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารดังๆ เยอะแยะมากมาย ยังเป็นแหล่งรวมอาหารขึ้นชื่อของโอซาก้าอย่างคุชิคัตสึ (Kushi-katsu) ซึ่งเป็นอาหารเสียบไม้แล้วชุบแป้งทอด และประดับประดาไปด้วยป้ายไฟสีส้มที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ ทำให้เดินเที่ยวได้อย่างเพลิดเพลิน

ชินเซไก โอซาก้า 2
ย่านชินเซไก (Shinsekai)
ชินเซไก โอซาก้า 8
ย่านชินเซไก (Shinsekai)
ชินเซไก โอซาก้า 6
ย่านชินเซไก (Shinsekai)

พอเดินมาเรื่อยๆ ก็ยังมีอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ไม่ควรพลาด หอคอยซึเทนคาคุ (Tsutenkaku Tower) จะมีจุดชมวิวให้ชมแบบ 360 องศาให้เราได้ขึ้นไปถ่ายรูปกันได้ตั้งแต่ชั้น 4 ชั้น 5 และชั้นบนสุดอย่าง Tenbo Paradise เป็นจุดชมวิวมุมสูงสุดที่ไม่มีกระจกบังจะได้ชมวิวยามค่ำคืนอย่างสุขใจค่ะ สำหรับ OSAKA AMAZING PASS สามารถเข้าฟรีค่ะ

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Midosuji และ Tanimachi Subway Lines มาลงที่ Dobutsuen-mae Station หรือ Tanimachi Subway Line มาลงที่ Ebisucho Station แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที

ชินเซไก โอซาก้า2
Tenbo Paradise เป็นจุดชมวิวมุมสูงสุด
ชินเซไก โอซาก้า1
Tenbo Paradise เป็นจุดชมวิวมุมสูงสุด

วันที่ 2

ปราสาทโอซาก้า1
ปราสาทโอซาก้า(Osaka Castle)
ปราสาทโอซาก้า2
ปราสาทโอซาก้า(Osaka Castle)

ช่วงเช้าเดินทางออกไปเที่ยวแลนด์มาร์คที่สำคัญแห่งเมืองอย่าง ปราสาทโอซาก้า(Osaka Castle) เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นมาในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 16 ตัวปราสาทมีถึง 8 ชั้น ล้อมด้วยกำแพงหิน คูน้ำ ไปจนถึง สวนนิชิโนมารุ (Nishinomaru Garden) หลังจากมีการซ่อมแซมใหม่ก็มีการติดตั้งลิฟต์และสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทันสมัยขึ้น นอกจากตัวปราสาทที่สวยเด่นสง่าแล้วบริเวณรอบๆ จะเต็มไปด้วยต้นซากุระที่จะบานให้ได้ถ่ายรูปกับตัวปราสาทในช่วงซากุระตอนต้นเดือนเมษายนและช่วงใบไม้เปลี่ยนสีตอนกลางเดือนพฤศจิกายนหรือปลายเดือนพฤศจิกายนถึง ต้นเดือนธันวาคมแล้วแต่สภาพอากาศในปีนั้นๆ ก็สวยงามไม่แพ้กันค่ะ ถ้ามีบัตร OSAKA AMAZING PASS สามารถใช้เข้าปราสาทได้ฟรีเลย

การเดินทาง : การนั่งรถไฟใต้ดิน Nagahoritsurumiryokuchi Line (Exit 3-B) หรือรถไฟสาย JR Osaka Loop Line มาลงสถานี Morinomiya แล้วเดินต่อไปก็จะถึงปราสาทค่ะ

ปราสาทosaka1
ปราสาทโอซาก้า(Osaka Castle)
tempozan
ชิงช้าสวรรค์เท็มโปซาน (Tempozan Giant Ferris Wheel)

ต่อกันด้วย ชิงช้าสวรรค์เท็มโปซาน (Tempozan Giant Ferris Wheel) เป็นชิงช้าที่สามารถขึ้นไปชมวิวเมืองโอซาก้าได้อย่างสวยงาม ทางด้านตะวันออกสามารถเห็นทิวเขา Ikoma, ด้านตะวันตกสามารถเห็นสะพาน Akashi Kaikyo, ด้านใต้สามารถเห็นสนามบินนานาชาติคันไซ, ด้านเหนือสามารถเห็นทิวเขา Rokko และใน 60 เคบิน มี 3 เคบิน เป็นแบบปราศจากสิ่งกีดขวางที่สามารถใช้รถเข็นขึ้นลงได้เลย ด้วยความสูงของชิงช้า 112.5 ม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 100 ม. ถ้าถือบัตร OSAKA AMAZING PASS สามารถขึ้นได้ฟรีนะคะ

tempozan2
ชิงช้าสวรรค์เท็มโปซาน (Tempozan Giant Ferris Wheel)

การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสายชูโอ (Chuo Subway Line) มายังสถานีโอซากะโกะ (Osakako Station) ออกทางออกหมายเลข 3 และเดินต่ออีกประมาณ 8 นาที

เรือ Santa Maria โอซาก้า 2
Port Of Osaka
เรือ Santa Maria โอซาก้า 7
เรือสำราญซานต้ามาเรีย (Santa Maria Cruise)

เมื่อเสร็จจากการนั่งเสร็จจากขึ้น ชิงช้าสวรรค์เท็มโปซาน (Tempozan Giant Ferris Wheel) ที่ใช้เวลานั่งชิงช้าประมาณ 17 นาที แล้วเดินมาอีกหน่อย เพื่อมาขึ้น เรือสำราญซานต้ามาเรีย (Santa Maria Cruise) สำหรับคนที่ถือบัตร OSAKA AMAZING PASS สามารถใช้ล่องเรือได้ฟรีนะคะ เดินเบ่งเข้าไปได้เลยการล่องเรืออ่าวโอซาก้าโดยเรือนี้จะใช้เวลาทั้งหมด 45 นาที และยังออกทุกชั่วโมง แล้วเรือนี้ออกแบบในเรือสำเภาที่โคลัมบัสใช้ล่องตอนสำรวจและค้นพบทวีปอเมริกาเลยนะ

โดทงบุริ2
ย่านโดทงโบริ (Dotonbori)

มาถึงโอซาก้าทั้งทีจะพลาดตัวป้ายกุลิโกะได้อย่างไรกัน ตัวป้ายนี้อยู่ที่ ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) ในนัมบะนั้นเอง ย่านนี้ถือเป็นย่านดาวน์ทาวน์ขนาดใหญ่ของเมืองโอซาก้าที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และแหล่งบันเทิงอื่นๆ มากมาย มาถึงย่านนี้รับรองว่าทั้งอิ่มอร่อยแน่นอน นอกจากเดินช็อปปิ้งแล้วยังสามารถนั่งเรือ PIRATES OF OSAKA เพื่อชมความสวยงามของแม่น้ำทงโบริ (Dotonbori River) และมุมสวยๆ คนเดินผ่านไปผ่านมาของย่านโดทงโบริได้อีกด้วย สำหรับคนที่ถือ OSAKA AMAZING PASS ขึ้นฟรีบอกเลยไม่ควรพลาดนะคะ

การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Subway Midosuji หรือ Sennichimae หรือ Yotsubashi Line มาลงสถานี Namba ได้เลยค่ะ

โดทงบุริ1
ย่านโดทงโบริ (Dotonbori)

วันที่ 3

วันนี้ให้เวลา 1 วัน กับการไปเที่ยว Universal Studios Japan หรือ USJ นั้นเองจ้า บอกเลยว่าควรจะใช้เวลา 1 วันเต็มๆ กับการเข้าที่นี่เลย ซึ่งภายในจะมีความโดดเด่นของเครื่องเล่นที่ล้วนมาจากคาแรคเตอร์ตัวละคร และภาพยนตร์ชื่อดัง โดยแบ่งเป็น 8 โซนหลัก อาทิเช่น Hollywood, New York, San Francisco, Jurassic Park, Water World, Amity Village, Universal Wonderland และโซนยอดฮิตอย่าง The Wizarding World of Harry Potter นอกจากจะมีบรรยากาศ และเครื่องเล่นที่มีความโดดเด่นเรื่องความสนุก สามารถสร้างเสียงหัวเราะ ตื่นเต้นท้าทายแล้ว ที่ USJ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ! อาทิ ขบวนพาเหรดและการแสดงโชว์ที่อ้างอิงมาจากภาพยนตร์เรื่องดังของค่าย UNIVERSAL STUDIOS รวมถึงกิจกรรมพิเศษตามเทศกาลต่างๆ อีกด้วย

การเดินทาง : จากสถานี Osaka-Namba นั่งรถไฟสาย Hanshin-Namba Line มาที่สถานี Nishikujo แล้วเปลี่ยนสายเป็น JR Yumesaki Line มาลงที่สถานี Universal City หรือ จากสถานี Osaka นั่งรถไฟ JR Osaka Loop Line ไปลงสถานี UNIVERSAL CTTY ได้ตรงเลยค่ะ

หลังจากออกจาก USJ แล้วช่วงเย็นก่อนเข้าที่พักมาแวะหาของอร่อยกันก่อนที่ ย่านชินไซบาชิ (Shinsaibashi) เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่หลายคนหลงรัก เพราะเต็มไปด้วยของอร่อย และเต็มไปด้วยรองเท้า เสื้อผ้า กระเป๋าหลากหลายแบรนด์ให้เลือกซื้อกันเลยจ้า

การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดิน Midosuji Line หรือ Nagahori Line ลงสถานี Shinsaibashi

shinsaibashi1
ย่านชินไซบาชิ (Shinsaibashi)
shinsaibashi2
ย่านชินไซบาชิ (Shinsaibashi)
shinsaibashi3
ย่านชินไซบาชิ (Shinsaibashi)

วันที่ 4

rinku1
Rinku Premium Outlet

วันสุดท้ายก่อนกลับสนามบินคันไซมาแวะช็อปปิ้งที่ Rinku Premium Outlet ที่ห่างจากสนามบินเพียง 1 สถานีเท่านั้นจ้า ถือเป็นที่ที่สามารถช็อปของแบรนด์เนมได้ในราคาประหยัดอีกที่หนึ่ง ที่นี่มีร้านค้ากว่า 210 ร้าน ทั้งเสื้อผ้า, รองเท้า, เครื่องประดับ, เสื้อผ้าชายไปจนถึงเสื้อผ้าเด็ก และของใช้ประจำวัน แถมเนื่องจากนั้นยังออกแบบเหมือนกับรีสอร์ทโดยได้แรงบันดาลใจมาจากเมืองท่าชาร์ลสตันของอเมริกา ทำให้ที่นี่ทั้งสวยงามและดูเป็นระเบียบอีกด้วย สามารถเดินเที่ยวได้ทั้งครอบครัวค่ะ

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR Hanwa Line หรือ Nankai Main Line มาลงที่สถานี Rinku Town

rinku2
Rinku Premium Outlet

📌 เพื่อนๆ สามารถสอบถามราคาพาสต่างๆ ได้ที่ บริษัท เจแปน ออล พาส จำกัด ( Japan All Pass Co.,Ltd. ) ☎ โทร. 02-514-7473 (วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09.00-18.00 น.) สายด่วน 08-2828-9933 / 08-2828-9944 / 08-2828-9393 / 08-2828-9494 / 08-2828-9988

ID LINE : @japanallpass
หรือช่องทาง Inbox >>
📱สำหรับโทรศัพท์มือถือ คลิก m.me/japanallpass
💻สำหรับ Computer PC คลิก https://goo.gl/QhNgSN
หรือ info@japanallpass.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here