ถือพาสเที่ยวญี่ปุ่น EP2 – JR East Tohoku กับพิกัดสุดล้ำที่ต้อง Check-in

22750

กลับมาเจอกันใน EP2 ตลุยโซนท่องเที่ยวธรรมชาติยอดฮิตที่มีให้เลือกจนตาลาย คล้ายจะเป็นลม ก็เลือกไม่ถูก เพราะมากมายเหลือเกิน หลังจากที่ EP1 แอดมินพาเที่ยวคิวชูกันไปแล้ว (คลิกอ่านEP1) เพื่อนๆ ที่มีตั๋วเครื่องบิน ลงที่โตเกียว ต้องมาลองใช้ JR East Tohoku กันดูบ้าง จะรู้เลยว่าคุ้มค่ามาก สำหรับทริปนี้

Hitachi Seaside Park, Ibaraki

สวนริมทะเลฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค (Hitachi Seaside Park) สวนริมทะเล เป็นที่รู้จักในเรื่องความงามของสวนดอกไม้ โดยเฉพาะความโดดเด่นของทุ่งดอกโคเชีย(Kochia) ที่จะมีสีสัน แตกต่างกันไปตามระยะเวลา โดยช่วงแรกจะมีสีเขียวอ่อนสดใส จากนั้นจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีส้มจนเป็นสีแดงสด ในช่วงประมาณต้นเดือนถึงกลางเดือนตุลาคม และจะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองทองเมื่อเข้าฤดูใบไม้ร่วง

สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมือง Hitachinaka ของจังหวัดอิบารากิ อยู่ห่างจากเมืองโตเกียวไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 130 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเพราะจะมีดอกไม้ สายพันธ์ต่างๆที่จะสลับกันบานตลอดเวลา อีกทั้งโซนสวนสนุก Pleasure Garden เปิดบริการ

ช่วงเวลาของดอกไม้ในสวน Hitachi Seaside Park

ดอกไม้ช่วงเวลา
ดอกนาร์ซิสซัส (Narcissus)ปลายเดือนมีนาคม ถึง กลางเดือนเมษายน
ดอกทิวลิป (Tulip)กลางเดือน ถึง ปลายเดือนเมษายน
ดอกเนโมฟีลา (Nemophila)ปลายเดือนเมษายน ถึง ปลายเดือนพฤษภาคม
ดอกโคเชีย (Kochia)ต้นเดือนกรกฎาคม (สีเขียว) ถึง กลางเดือนตุลาคม (สีเหลืองทอง)

การเดินทาง
ลงที่สถานี Ajigaura Station โดยรถไฟสาย Hitachinaka Kaihin Tetsudo และเดินต่ออีกประมาณ 20 นาที

พิกัด : https://goo.gl/maps/bHeUqGquTF9sCvtU7

เวลาทำการ
9:30–17:00 (วันที่ 1 มีนาคม – 20 กรกฎาคม, 1 กันยายน – 31 ตุลาคม)
9:30–18:00 (21 กรกฏาคม – 31 สิงหาคม)
9:30–16:30 (1 พฤศจิกายน – สิ้นเดือนกุมภาพันธ์)
วันปิดทำการ
ปิดทุกวันจันทร์ (ถ้าวันจันทร์ตรงกับวันหยุด จะเลื่อนปิดทำการในวันถัดไป)
ปิดทุกวันที่ 31 ธันวาคม และ 1 มกราคม
***ยกเว้น เปิดทุกวัน ในช่วง High Season ดังนี้
26 มีนาคม – 31 พฤษภาคม / 21 กรกฏาคม – 31 สิงหาคม / 1 – 31 ตุลาคม

ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 410 เยน
ผู้สูงอายุ 210 เยน
เด็ก 80 เยน

Ashikaga Flower Park, Tochigi

สวนดอกไม้ Ashikaga Flower Park มีเทศกาลดอกไม้และการประดับตกแต่งตลอดทั้งปี มีชื่อเสียงเรื่องความงดงามของดอกวิสทีเรีย ตั้งอยู่ที่เมือง Ashikaga จังหวัด Tochigi เดินทางจากโตเกียวประมาณ 2 ชั่วโมง

นอกเหนือจากความสวยงามของดอกวิสทีเรียแล้ว ภายในสวน ยังมีการจัดโซนต่างๆ เช่น โดมดอกไม้, น้ำตกจำลอง และสระน้ำที่เพิ่มความสดชื่นให้กับสวนแห่งนี้ รวมถึงโซนร้านอาหารและของที่ระลึก ที่พลาดไม่ได้ ต้องมาลอง Softcream ที่มีการปรุงแต่งด้วยดอกไม้ต่างๆ ลองทานแล้วจะรู้สึกสดชื่น และมีกลิ่นหอมหวานมากเลยทีเดียวล่ะ

อีกหนึ่ง Highlight ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องคือ เทศกาล Winter Illumination ในช่วงปลายปี ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์

งานเทศกาลที่น่าสนใจตลอดทั้งปี

เทศกาลช่วงเวลาดอกไม้และการจัดแสดง
Heralding Springต้นเดือนมกราคม ถึง ปลายเดือนกุมภาพันธ์Pheasant’s eye, Christmas Rose, Winter Clematic
Spring Flower Festivalต้นเดือนมีนาคม ถึง กลางเดือนเมษายนTulips, Crocus, Thunberg’s meadowsweet
Wisteria Storyกลางเดือนเมษายน ถึง กลางเดือนพฤษภาคมJapanese Wisteria, Japanese Azalea, Peony
Rainbow Gardenกลางเดือนพฤษภาคม ถึง ต้นเดือนมิถุนายนRose, Rhododendron, Clematis
Blue & White Gardenต้นเดือนมิถุนายน ถึง ต้นเดือนกรกฎาคมIris, Hydrangea, Late Blooming Clematis
Water (Lilies)ต้นเดือนกรกฎาคม ถึง ปลายเดือนกันยายนLantana, Toropical Water Lilies
Purple Gardenต้นเดือนตุลาคม ถึง ปลายเดือนพฤศจิกายนAmethst sage / Mexican bush sage, Pansies
Bejeweled Flower Gardenสิ้นเดือนตุลาคม ถึง สิ้นเดือนมกราคมFestive Illuminations, Pansies, Violas

การเดินทาง
นั่งรถไฟ ลงที่สถานี Tomita Station (หากมาจากโตเกียว ใช้เวลาประมาณ 70 นาที ด้วยรถไฟ Shinkansen และ 2 ชั่วโมง สำหรับรถไฟธรรมดา) จากนั้นเดินประมาณ 15 นาที

พิกัด : https://goo.gl/maps/vDj9zcFCuc8YSZHUA

เวลาทำการ
09.00 – 18.00 เดือนมีนาคม ถึง ปลายเดือนพฤศจิกายน
09.00 – 21.30 กลางเดือนเมษายน ถึง กลางเดือนพฤษภาคม และ เดือนธันวาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์ (มีการตกแต่งไฟ Illumination)
วันปิดทำการ
31 ธันวาคม และ พุธ,พฤหัสบดีที่ 3 ของเดือนกุมภาพันธ์

ค่าเข้าชม
1 มกราคม – 17 เมษายน
ผู้ใหญ่ 300 – 1,200 เยน, เด็ก 200 – 600 เยน

18 เมษายน – 20 พฤษภาคม
กลางวัน: ผู้ใหญ่ 900 – 1,800 เยน, เด็ก 500 – 900 เยน
กลางคืน: ผู้ใหญ่ 600 – 1,500 เยน, เด็ก 300 – 800 เยน

21 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน
ผู้ใหญ่ 500 – 1,200 เยน, เด็ก 300 – 600 เยน

1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2018
ผู้ใหญ่ 300 – 900 เยน, เด็ก 100 – 500 เยน

ช่วงเทศกาลประดับไฟฤดูหนาว (กลางเดือนตุลาคม – ต้นเดือนกุมภาพันธ์)
ผู้ใหญ่ 900 เยน, เด็ก 500 เยน

Tanbo Art

Tanbo Art เทศกาลศิลปะจากธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ซึ่งจัดแค่ปีละครั้ง “ศิลปะบนนาข้าว” เกิดจากการวาดภาพโดยใช้นาข้าวแทนผืนผ้าหรือกระดาษ ใช้พันธุ์ข้าวที่แตกต่างกัน แทนสีต่างๆ เพื่อเติมสีสันให้กับศิลปะชิ้นนี้ ซึ่งจุดเริ่มต้นของ Tanbo Art เริ่มมาจากหมู่บ้านอินาคะดาเตะ ใน Aomori ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นหมู่บ้านแห่งเกษตรกรรม ผลิตข้าวที่มีคุณภาพสูงแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

แต่เมื่อในปี 1993 ช่วงเศรษฐกิจถดถอย ชาวนาที่ Aomori ก็ได้รับผลกระทบ ทำให้ราคาตกต่ำ จึงได้จัดให้มีกิจกรรมนี้ขึ้นมา ก่อให้เกิดความคิดสร้างศิลปะบนนาข้าวขึ้นมา จากการนำข้าวสายพันธุ์ดั้งเดิม ที่มีหลายสี ทั้ง ม่วง แดง เหลือง เขียว มาเริ่มสร้างสรรค์ จากนั้น จึงได้สร้างป้อมจำลอง สูงกว่า 20 เมตร เพื่อชมศิลปะบนนาข้าวแห่งนี้ได้ชัดเจน และสวยงามแบบเต็มตา

ช่วงเวลาที่สามารถเข้าชมเทศกาล Tanbo Art ได้ ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ถึงต้นเดือนตุลาคม ก่อนฤดูเก็บเกี่ยว แต่ช่วงที่เหมาะสมที่สุด ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม ถึงกลางเดือนสิงหาคม เพราะนาข้าวจะมีสีสันสดใสและสวยงามที่สุด

สถานที่จัดเทศกาล Tanbo Art

หมู่บ้านอินาคะดาเตะ (Inakadate-mura Village) จังหวัดอาโอโมริ (Aomori)
เมืองอาซาฮิคาวะ จังหวัดฮอกไกโด
เมืองโยเนะซะวะ จังหวัดยามากาตะ (Yonezawa, Yamagata)

ค่าเข้าชมบนหอคอย : ผู้ใหญ่ 200 เยน เด็ก 100 เยน
เวลาเปิด-ปิดหอคอย : 09.00-17.00 น.

Ouchijuku, Fukushima

บ้านโบราณที่อดีตเคยเป็นเมืองสำคัญในยุคเอโดะถูกสร้างเมื่อหลายร้อยปีก่อน Ouchijuku เป็นบ้านทรงโบราณที่มุงด้วยหญ้าคาหนา เรียงรายทอดยาวกว่าครึ่งกิโลเมตร มีบ้านเรียงรายอยู่มากกว่า 40 หลัง

หมู่บ้านแห่งนี้ ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ จนกลายเป็นร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก, ขายสินค้าพื้นเมือง รวมถึงที่พักแบบดั้งเดิม ทำให้ Ouchijuku เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และมีนักท่องเที่ยวมาเยือนสูงถึงหลักล้านคนต่อปี

ความโดดเด่นของที่นี่ ไม่ได้มีแค่เพียงความโบราณและสิ่งอำนวยความสะดวกเท่านั้น แต่ยังมีความสวยงามของทางน้ำไหลสองฝั่งที่คั่นระหว่างบ้านและถนน ได้เห็นชาวบ้านนำผักหรือน้ำดื่มมาแช่ไว้ในทางน้ำไหล รู้สึกได้ถึงบรรยากาศวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านแห่งนี้

การเดินทาง
โดยรถไฟ จาก Tokyo ไปสถานีปลายทาง Yunokami Onsen ประมาณ 4 ชม. 40 นาที
เริ่มจากสถานี Ueno นั่ง Shinkansen Tohoku ไปลงสถานี Koriyama
จากสถานี Koriyama นั่งรถไฟสาย JR Ban-etsu-Saisen ไปสถานี Aizu-wakamatsu
จากสถานี Aizu-wakamatsu นั่งรถไฟสาย Aizu ไปสถานีปลายทาง Yunokami Onsen
จากนั้น นั่งรถแท็กซี่ประมาณ 15 นาที

ค่าเข้าชม
ไม่คิดค่าบริการ

พิกัด : https://goo.gl/maps/KYzgTGVwnQoE2x2m6

Zao, Miyagi

ภูเขา Zao เป็นเทือกเขาที่ตั้งอยู่ในสองเขตจังหวัด คือ Miyagi และ Yamagata ซึ่งในช่วงฤดูหนาวจะปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน และเป็นแหล่งชม Ice Monster รวมถึงกิจกรรมการเล่นสกี หากมาเยือนในช่วงฤดูร้อน ก็ยังมีอากาศเย็นถึงหนาวมาก และในบางวันอาจมีหมอกปกคลุมหนา เรียกได้ว่าเที่ยวที่นี่ได้ทุกฤดู

ที่นี่ยังมีกระเช้า Zao Ropeway ให้บริการ เพื่อขึ้นไปถึงสถานีด้านบน มีร้านอาหาร, ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และศาลเจ้า ให้กราบไหว้ โดยใช้เวลาขึ้นกระเช้าประมาณ 45 นาที

การเดินทาง
จากสถานี Yamagata โดยสารรถ Yamako Bus ไปลงที่ Zao Onsen BT ใช้เวลา 40 นาที
ไปยัง Zao Ropeway สถานี Zao Sanroku เดิน 9 นาที
ไปยัง Zao Chuo Ropeway สถานี Onsen เดิน 5 นาที

เวลาทำการ
Zao Ropeway

Sanroku Line: 08:30 – 17:00 น.
Sancho Line: 08:45 – 16:45 น.
Zao Chuo Ropeway (21 ธันวาคม – 31 มีนาคม)
วันธรรมดา: 08:15 – 17:00 น.
เสาร์อาทิตย์วันหยุดราชการและช่วงเทศกาลปีใหม่: 08:00 – 17:00 น.
**อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศ**

ค่าบริการ
ค่าโดยสาร Zao Ropeway

Sanroku Line: Zao Sanroku Statiohn – Juhyo Kogen Station
ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป): เที่ยวเดียว 800 เยน / ไปกลับ 1,500 เยน
เด็ก (ชั้นประถม): เที่ยวเดียว 400 เยน / ไปกลับ 800 เยน
Sancho Line: Juhyo Kogen Station – Jizo Sancho Station
ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป): เที่ยวเดียว 1,500 เยน / ไปกลับ 2,600 เยน
เด็ก (ชั้นประถม): เที่ยวเดียว 800 เยน / ไปกลับ 1,300 เยน
ค่าโดยสาร Zao Chuo Ropeway
ผู้ใหญ่: เที่ยวเดียว 800 เยน / ไปกลับ 1,300 เยน
เด็ก: เที่ยวเดียว 400 เยน / ไปกลับ 650 เยน

พิกัด : https://goo.gl/maps/FGwZRv2xJxr3TFGC7

ถ้าใครเคยใช้ JR East Tohoku แล้ว จะรู้เลยว่าคุ้มค่าขนาดไหน เดินทางได้เต็มที่ 5 วัน แถมยังเว้นวันใช้งานได้อีกด้วย หากอยากดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเลย JR East Pass Tohoku คอยติดตาม EP3 กันต่อ ว่าแอดมินจะถือพาสไหนพาเที่ยวกันต่อจ้าาา

ติดต่อง่าย ส่งไว ใช้ตั๋วได้แน่นอน เพียงขอคำปรึกษาทีมงานเราได้ที่ www.facebook.com/japanallpass

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here